แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานของระบบลมอัด (Compressed Air Energy Efficiency)

แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานของระบบลมอัด (Compressed Air Energy Efficiency)

ระบบลมอัดเป็นหนึ่งในระบบที่ใช้พลังงานสูงที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม การปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานของระบบลมอัดอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงช่วยลดค่าไฟฟ้า แต่ยังช่วยลดการปล่อย CO₂ และเพิ่มเสถียรภาพในการผลิตในระยะยาว

แนวทางที่แนะนำคือ กลยุทธ์แบบ 2 ขั้นตอน (Two-Stage Strategy) เพื่อควบคุมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

ภาพแสดงการตรวจวัดและวิเคราะห์ระบบลมอัดในโรงงานอุตสาหกรรม โดยใช้เซนเซอร์วัดการไหล แรงดัน Dew Point และพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดการรั่วไหล และลดต้นทุนการผลิต


Step 1: ลดความต้องการใช้ลมอัดจากต้นทาง (Minimise Demand)

1.1 เลือกเทคโนโลยี Automation ให้เหมาะสม (Electric vs Pneumatic)

การเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงาน

  • การเคลื่อนไหวทั่วไป (Simple movements)
    → ระบบไฟฟ้า (Electric Drives) มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูงกว่า

  • งานกดอัด / Press-in Process
    → เลือก Pneumatic หรือ Electric ขึ้นกับแรงกดและระยะเวลาการทำงาน

  • งานที่ต้องใช้แรงค้าง (Holding Force)
    → ระบบลมอัดมีประสิทธิภาพดีกว่า เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าต้องใช้พลังงานตลอดเวลาเพื่อรักษาตำแหน่ง

สรุป:
Electric เหมาะกับการเคลื่อนไหว แต่สำหรับงานค้างตำแหน่งอาจใช้พลังงานมากกว่าระบบลมอัดถึง 22 เท่า
แนวทางที่ประหยัดพลังงานที่สุดคือ การผสมผสานทั้งสองเทคโนโลยี โดยพิจารณาจาก Total Cost of Ownership (TCO)


1.2 กำจัดการรั่วไหลของลมอัด (Eliminate Compressed Air Leaks)

การรั่วไหลของลมอัดสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล
แม้ท่อสแตนเลสหลักจะมีความทนทานสูง แต่ การรั่วไหลส่วนใหญ่มักเกิดในสายการผลิต เครื่องจักร และจุดเชื่อมต่อ

แนวทางที่มีประสิทธิภาพ:

  • ใช้ Ultrasonic Leak Detector

  • ใช้ Acoustic Camera เพื่อมองเห็นตำแหน่งรั่วไหลแบบเรียลไทม์

🔗 Internal Link: เครื่องตรวจจับการรั่วไหลของลมอัด (Ultrasonic Leak Detection)


Step 2: ปรับปรุงการผลิตและการปรับปรุงลมอัดให้เหมาะกับความต้องการจริง

เมื่อสามารถระบุความต้องการใช้ลมอัดที่แท้จริงได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


2.1 สภาพอากาศทางดูด (Intake Conditions)

ปัจจัยสำคัญ ได้แก่:

  • อุณหภูมิ

  • ความชื้น

  • การระบายอากาศ

  • ความดันสัมบูรณ์

อุณหภูมิที่สูงเกินไปหรือการระบายอากาศไม่เพียงพอ จะทำให้ต้นทุนพลังงานของคอมเพรสเซอร์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน


2.2 ระบบควบคุมคอมเพรสเซอร์ (Compressor Control)

การจัดวางระบบที่เหมาะสม เช่น:

  • 1 เครื่อง Variable Speed Compressor สำหรับโหลดแปรผัน

  • 2 เครื่อง Base Load Compressor สำหรับโหลดพื้นฐาน

ข้อดี:

  • ประสิทธิภาพสูงที่ช่วงโหลด 40–80%

  • แรงดันลมสม่ำเสมอ

  • มี Redundancy ลดความเสี่ยงการหยุดการผลิต


2.3 ระบบกู้คืนความร้อน (Heat Recovery)

ความร้อนที่เกิดจากการอัดลมสามารถนำกลับมาใช้ได้ เช่น:

  • น้ำร้อน

  • ระบบทำความร้อนในโรงงาน

ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานโดยรวมของระบบลมอัด


2.4 อายุระบบ สภาพ และการบำรุงรักษา

ระบบลมอัดที่เก่า หรือไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะสูญเสียประสิทธิภาพและเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น
การตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกันเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ


2.5 ปรับระดับแรงดันให้เหมาะสม (Pressure Optimisation)

การเพิ่มแรงดันเพียง 1 bar สามารถเพิ่มการใช้พลังงานได้ 5–7%
แรงดันที่สูงเกินจำเป็นมักเกิดจาก:

  • ไส้กรองอุดตัน

  • การรั่วไหล

  • ขนาดท่อไม่เหมาะสม


2.6 ถังลมและท่อแบบวงแหวน (Compressed Air Tanks & Ring Lines)

  • ถังลมช่วยรักษาแรงดันให้เสถียร

  • ท่อวงแหวนช่วยกระจายลมอย่างสม่ำเสมอ

  • ขนาดท่อที่เล็กเกินไปทำให้เกิด Pressure Loss สูง


2.7 คุณภาพลมอัดตามมาตรฐาน ISO 8573-1

อุตสาหกรรมอาหาร ยา และการแพทย์ ต้องการคุณภาพลมอัดสูงมาก
การอบแห้งและกรองลมต้องสมดุลระหว่าง คุณภาพและต้นทุนพลังงาน

🔗 Internal Link: เซนเซอร์วัด Dew Point และคุณภาพลมอัด (FA510 / DS400)


2.8 การเลือก Desiccant Dryer สำหรับงานที่ต้องการลมแห้งมาก

  • Cold Regenerating
    ใช้ลมอัด 12–20% ในการ Regeneration

  • Hot Regenerating
    ใช้พลังงานความร้อน แต่ลดหรือไม่ใช้ลมอัด
    สามารถใช้ Heat Recovery จากคอมเพรสเซอร์ได้


คุณไม่สามารถปรับปรุงสิ่งที่คุณไม่เคยวัด (You can’t optimise what you don’t measure)

เซนเซอร์เป็นหัวใจสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพระบบลมอัด
การวัดแบบต่อเนื่องช่วยให้:

  • ตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว

  • ลดต้นทุน

  • เพิ่มความยั่งยืน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง (Internal Links)

  • 🔗 DS 500 Intelligent Chart Recorder – วิเคราะห์ระบบลมอัดและพลังงาน

  • 🔗 VA 500 Flow / Consumption Sensor – วัดปริมาณลมอัด

  • 🔗 FA 510 Dew Point Sensor – ตรวจวัดความชื้นในลมอัด

  • 🔗 CS Pressure Sensor – วัดแรงดันลม

  • 🔗 CS Current Clamp – ตรวจสอบการใช้พลังงานไฟฟ้า

ดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ enlarge.co.th

Related posts

ระบบลมอัดมีต้นทุนเท่าไร? วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน (Compressed Air Cost Analysis)

4 ขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบลมอัด เพื่อลดต้นทุนพลังงานและตรวจจับการรั่วไหลในโรงงานอุตสาหกรรม

การวัด Dew Point ในกระบวนการพ่นสีอุตสาหกรรม เพื่อคุณภาพลมอัดและผิวงานที่สมบูรณ์แบบ